Beer Types

English Language
Dark
เบียร์สีเข้มของเบลเยี่ยมมีคาแร็กเตอร์หลากหลาย ทั้งสีที่มีตั้งแต่เหลืองอำพันจนถึงน้ำอ่อนไล่ไปถึงโกเมนเข้ม โดยที่มีฟองหนาและคงตัวนาน ขณะที่กลิ่นมีทั้งยีสต์ เครื่องเทศ มอลต์ ดอกไม้ แม้แต่ออกเหล้าฉุนหน่อยๆ ส่วนรสชาตินั้นมีตั้งแต่แห้ง ติดเครื่องเทศ ทั้งหวานฉ่ำ และหวานจากมอลต์ โดยส่วนใหญ่จะมีความขมไม่สูงนัก
Belgian IPA
ได้รับแรงบรรดาลใจจากเบียร์สไตล์ American India Pale Ale (IPA) และ Double IPA โดยของเบียร์ของเบลเยี่ยมที่ผลิตเบียร์สไตล์นี้ก็เพื่อตลาดอเมริกาโดยเฉพาะ (เช่น Chouffe และ Urthel) ในทางกลับกันผู้ผลิตเบียร์ในอเมริกาก็ผลิตไตล์ IPA แบบเบลเยี่ยมมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไป IPA สไตล์เบลเยี่ยมจะมีรสขมจากฮอปส์มากเกินไปสำหรับคนเบลเยี่ยม
Belgian Pale Ale
เบียร์เอลสีอ่อนของเบลเยี่ยมแทบจะเรียกได้ว่ายึดครองตลาดทั้งหมดของประเทศ โดยเริ่มแรกนั้นเกิดขึ้นมาเพื่อไว้แข่งขันกับเบียร์สไตล์พิลส์เนอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกันไปด้วย ทั้งที่ตามธรรมเนียมแล้วจะไม่ขมมาก เพราะใช้ฮอปส์ที่มีอายุสักหน่อยเพื่อให้ได้ปลายรสที่กลมกล่อม และยังช่วยขับเน้นรสหวานจากความหวานจากมอลต์โดยรวม โดยเวลาเทเบียร์ต้องพักไว้ให้เวลาเหมาะสมก่อนดื่ม ไม่เทยีสต์ออกจากขวด วิธีการนี้จะทำให้เห็นสีที่ไล่จากเหลืองอ่อนซีดไล่ไปจนถึงส้มอำพันสวยงาม ธรรมดาจะมีฟองขาวฟู่ฟ่องปกคลุมหนาอยู่ด้านบนเสมอ โดยกลิ่นและรสชาติแตกแต่งกันไปในแต่ละยี่ห้อ บางตัวคาแร็คเตอร์ของเครื่องเทศโดยธรรมชาติที่ใช้อย่างยีสต์และฮอปส์จะเด่น บางตัวจะได้จากการปรุงจากเครื่องเทศ
Belgian Strong Dark Ale
มีลักษณะเช่นเดียวกับ Belgian Dark Ale แต่ชนิดนี้จะมีความแรงของแอลกอฮอล์ที่สูงกว่า ครบรสชาติมากกว่าด้วย บางตัวผู้ดื่มไม่รู้สึกถึงความแรงของแอลกอฮอล์เลยกับบางตัวจะรู้สึกได้ทันที รสชาตินั้นลึกลับซับซ้อนอยู่ในความละมุนละมัย คาแร็คเตอร์ของฮอปส์และมอลต์มีความหลากหลายกันไป ทั้งออกผลไม้ หรือทั้งแบบรสอ่อนของมอลต์สีเข้ม ความเป็นกรดมีตั้งแต่น้อยถึงมาก แต่โดยส่วนใหญ่จะใช้ฮอปส์น้อย ปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศ และมีแอลกฮอล์สูง
Belgian Strong Pale Ale
มีลักษณะเช่นเดียวกับ Pale Ale แต่จะแรงกว่าทั้งที่มีสีที่ซีดจนถึงสีทอง แรงแอลกอฮอล์สูงกว่าทั้งที่มีแบบพยายามซ่อนเร้นความแรง หรือแบบที่ตั้งใจให้รับรู้ได้ หวังได้เลยว่าเมื่อดื่มจะมีรสเข้ม แรง ซับซ้อนแต่ละเมียดในความครบเครื่องของรสชาติ กับฟองขาวหนาปกคลุมของหัวเบียร์ ความเด่นของฮอปส์และมอลต์นั้นมีหลากหลาย ส่วนใหญ่แล้วจะมีทั้งออกคล้ายผลไม้ และค่อนข้างขมจากฮอปส์ แต่ทั่วไปกลิ่นและรสของฮอปส์จะมีไม่มาก
Bière de Champagne / Bière Brut
นี่คือเบียร์สไตล์ใหม่และน่าสนใจที่สุด เพราะความที่เป็นเบียร์ที่มีส่วนผสมหลากสไตล์ที่สุดยอด เริ่มขึ้นในเบลเยี่ยมโดยผ่านการบ่มรักษาเป็นเวลาที่ยาวนาน บางตัวเก็บไว้ในถ้ำบริเวณแคว้นแชมเปญในฝรั่งเศสแล้วใช้”กรรมวิธีการทำแชมเปญ” (methode de champenoise) มาใช้ คือการนำยีสต์ออกจากขวด ในแง่รสชาติส่วนใหญ่จะละเมียดละมัย แต่เข้มด้วยแรงแอลกอฮอล์ มีฟองฟู่ซ่ามากมายในเบียร์ และบางครั้งก็มีการแต่งรสด้วยเครื่องเทศด้วย ส่วนสีมีตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม
Bière de Garde
นี่คือเบียร์ชนิดที่มีสีเหลืองทองไล่ไปจนถึงสีทองแดงหรือน้ำตาลอ่อน บอดี้ปานกลาง ลักษณะของสไตล์คือ กลิ่นมอลต์ขั้ว ทำให้มีความหวานของมอลต์ออกมาออกมา รสขมของฮอปส์จะมีปริมาณปานกลาง กรดผลไม้น้อย แต่รสแอลกอฮอล์ชัดเจน นอกจากนี้เมื่อลองดื่ม จะรู้สึกได้ถึงว่าเหมือนผ่านการบ่มเก็บมา มีกลิ่นชื้น แต่ไม่ควรออกเหม็นเน่า โดยปกติจะมาในรูปแบบบรรจุขวดพร้อมยีสต์
Dubbel
เบียร์สไตล์ Dubbel จะหนักที่รสของมอลต์กับเครื่องเทศพร้อมกับลักษณะความเป็นกรด และปริมาณแอลกอฮอล์ไม่มากนัก ไม่ควรออกกลิ่นผลไม้เท่า Strong Dark Ale แต่จะมีกลิ่นและรสของผลไม้ที่มีเปลือกสีเข้ม (dark fruit) รสขมจากฮอปส์เบาบาง นอกจากนี้อาจจะมีรสคาราเมลเข้มข้นที่มาจากคริสตัลมอลต์และน้ำตาลไหม้
Faro
คือเบียร์ที่ได้จากการผสมเบียร์ประเภทแลมบิคกับน้ำตาล ทำให้มีรสเจือจางลง และหวานขึ้น จับคู่กับกับอาหารได้ดีขึ้น ปรกติจะปรุงแต่งรสเพิ่มด้วยพริกไทย เปลือกส้ม และเมล็ดผักชีฝรั่ง
Lambic - Unblended
เป็นเบียร์เอลทีใช้ยีสต์ตามธรรมชาติในบริเวณหุบเขา Sennne ในเบลเยี่ยม เนื่องใช้ปริมาณส่วนผสมที่เป็นข้าวสาลีมาก ทำให้ได้รสแบบคมๆ แม้ว่าโดยหลักๆจะเป็นรสเปรี้ยวจัดของยีสต์และแบคทีเรียที่เกิดจากทั้งอากาศและถังเบียร์ที่ใช้ในการหมัก บอดี้จะเบาและรสขมของฮอปส์น้อย เหมือนไซเดอร์แรงๆหรือไวน์ขาว ปกติเบียร์แลมบิค จะต้องผ่านการบ่มช่วงเวลานึงก่อนจะดื่มได้ เพื่อให้รสเปรี้ยวจัดลดลงให้เข้าที่ขึ้น
Quadrupel (Quad)
เบียร์ที่ได้รับแรงบรรดาลใจจากพระนักบวชนิกาย Trappist เบียร์ Quadrupel เป็นเบียร์ระดับสุดยอดของเบลเยี่ยม ด้วยรสที่เข้มกว่าทั้ง Dubbel และ Tripel ในตระกูลเดียวกัน ธรรมดาจะมีสีเข้มทั้งแดง น้ำตาล หรือสีโทนโกเมน น้ำหนักหนักและเต็มไปด้วยรสของมอลต์ ความเป็นกรดปานกลาง รสหวานและขมบางๆและรสแอลกฮออล์ชัดเจน
Saison / Farmhouse Ale
Saison เป็นเบียร์ที่ผลิตในไร่ช่วงฤดูหนาวด้วยกรรมวิธีแบบพื้นถิ่น เพื่อการบริโภคในช่วงฤดูร้อน เมื่อไม่นานมานี้เกือบจะเป็นสไตล์เบียร์ที่หายสาบสูญไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาได้กลับมาเป็นที่นิยมมากอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกา

ลักษณะเด่นของเบียร์คือ รสซับซ้อน มีกลิ่นและรสออกผลไม้ โทนละมุนจากยีสต์ เปรี้ยวเล็กน้อย รสเครื่องเทศมากมายพร้อมรสขมปานกลาง มีความแห้งบ้าง แต่หวานฉ่ำ
Triple
ชื่อ “Tripel” ความจริงมาจากส่วนหนึ่งการผลิต คือ ใช้มอลต์มากกว่าเบียร์ปกติสามเท่า โดยธรรมเนียมแล้ว เบียร์ชนิดนี้จะมีสีเหลืองไปถึงทอง ซึ่งเข้มกว่าเบียร์พิลส์เนอร์ทั่วไปเล็กน้อย หัวเบียร์หรือฟองจะเยอะและหนาแต่ออกเป็นครีม รสชาตินั้นซับซ้อนมาก ทั้งเครื่องเทศ ยีสต์ ผลไม้ และรสหวานซึ่งมาจากมอลต์ชนิดสีอ่อน แถมยังมีแอลกอฮอล์สูง รสชมมีมากแม้ว่าน้ำหนักตัวหรือบอดี้จะเบา เพราะส่วนใหญ่นักดื่มจะรับรสที่สมดุลของมอลต์และฮอปส์ ส่วนที่บอดี้ที่เบานั้นมาจากการใช้ candy sugar ที่มีน้ำตาลซูโครสสูงถึง 25% ที่ช่วยทำให้เบียร์มีน้ำหนักเบาหรือความข้นน้อยลง แล้วยังเพิ่มความลึกล้ำของกลิ่นและรสของแอลกอฮอล์อีกด้วย บางครั้งจะมีการเพิ่มเครื่องเทศส่วนนึงลงไปด้วยเช่นกัน
Witbier
เบียร์ประเภทเอลของเบลเยี่ยม ที่มีสีอ่อนมากและยังขุ่น เนื่องจากไม่ได้ผ่านการกรอง และใช้ข้าวสาลี หรือบางครั้งข้าวโอ๊ตในการหมักมาก ธรรมดาจะใช้เครื่องเทศในการแต่งกลิ่นและรส ทั้งเมล็ดผักชีฝรั่ง เปลือกส้ม หรือสมุนไพรต่าง มีรสเปรี้ยวเล็กน้อยเนื่องจากข้าวสาลี และยังมีความซ่าที่เป็นฟองฟู่ฟ่องในแก้วด้วย เบียร์สไตล์นี้มีผู้ผลิตในอเมริกานำไปผลิตตามเป็นจำนวนมากโดยยังคงไว้ตามสไตล์ต้นแบบอีกด้วย บางครั้งเบียร์จะเสิรฟคู่กับมะนาวเลมอน แต่ถ้าจะดื่มรื่นรมย์ตามสไตล์จริงๆแล้ว ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มเลย บ่อยครั้งที่ถูกอ้างถึงในชื่อ “เบียร์ขาว” เนื่องจากความขุ่นและยีสต์ที่มีอยู่เบียร์
Copyright 2009 BELGIAN BEVERAGE ASIA CO.,LTD All rights reserved. Privacy Policy | Web Development by Position Front Page.