| ชนิด: |
เบียร์ความเข้มข้นสูงด้วยการหมักครั้งที่สองในขวด |
| สี: |
ทอง |
| ขนาด: |
33 ซล |
| จำนวน: |
24 ขวด |
| ปริมาณแอลกอฮอล์: |
8.5 % โดยปริมาตร |
| อายุการเก็บได้: |
3 ปี |
Duvel (ดูฟเอล) เป็นเบียร์บริสุทธิ์ธรรมชาติ ปราศจากสิ่งปรุงแต่งหรือสารกันบูด โดยท่านสามารถรับรสที่แตกต่างได้ทันที ด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ 8.5% ฟองหนาหนุ่ม ซ่าสดชื่น สัมผัสน่มละมุนในรสชาติทำให้ดูฟเอลเป็นเบียร์ขั้นเทพที่ให้ประสบการณ์หฤหรรษ์
ความซับซ้อนในรสขม
ด้วยความสมดุลลงตัวของกลิ่นที่ละเอียดอ่อนกับรสขมอันซับซ้อน ทำให้ดูฟเอล ครองตำแหน่งชั้นสูงในการดื่มเบียร์ของประเทศเบลเยี่ยม แม้จะแห้งแต่ก็เจือด้วยรสหวานของแอลกอฮอล์ และกลิ่นของดอกฮอปส์ จึงทำให้เครื่องดื่มที่เหมาะแก่การแก้ความกระหายอย่างแท้จริง แก้วที่เป็นสัญลักษณ์ทรงดอกทิวลิปชิ้นแรกตั้งแต่ตอนกำเนิดขึ้นมา ในช่วงยุคหกสิบสิ้นสุดลง ทรงกลมของแก้วช่วยในการปลดปล่อยกลิ่นสุดยอดและรัญจวนของมัน นอกจากนั้นท่านยังสามารถรินเบียร์ทั้งขวดในแก้วใบเดียวซึงเป็นไปไม่ได้มาก่อน แล้วตัวอักษร ‘D’ ซึ่งอยู่ที่ก้นแก้วยังทำให้เกินฟองลอยฟูฟ่องหรูหราด้านบนแก้ว
การยอมรับระดับนานาชาติ
ทุกวันนี้ ตระกูล Moortgat ลำดับที่สี่จัดจำหน่าย Duvel ไปทั่วทุกส่วนของโลก เป็นผู้นำที่ทำให้เกิดมาตราฐานของเบียร์สีทอง ที่ใช้การหมักแบบลอยตัวด้านบนของยีสต์ที่ปรรจุในขวด ด้วยกรรมวิธีนี้เองถึงทำให้ Duvel ได้รสที่ละเลียดละมัยพร้อมทั้งสามารถเก็บได้ยาวนานถึง 3 ปี
ประวัติความเป็นมาของ Duvel
ประวัติของบริษัท Duvel Moortgat ทายาทรุ่นที่สี่ได้สืบทอดมรดกตกทอดจากต้นตระกูล และผู้ก่อตั้ง Jan-Leonard Moortgat และบุตรชายสองคนคือ AlbertและVictor
ปีคริสตศักราชที่ 1871 : การเริ่มต้น
ในปี 1871 Jan-Leonard Moortgat บุตรชายตระกูลทำเบียร์จากเมือง Steenhuffel, ก่อตั้ง Duvel Moortgat พร้อมด้วยภรรยา ในขณะนั้นโรงเบียร์ใหม่นี้เป็นแค่หนึ่งในจำนวนโรงเบียร์ 4,000 โรงในช่วงเปลี่ยนผ่านของศตวรรษ ซึ่งช่วงก่อร่างสร้างตัวก้ไม่ได้ราบลื่นนะ แต่ Jan-Leonard ทำอะไรบางอย่างที่ล่ำหน้าพวกอื่น คือ พยายามจำหน่ายเบียร์หมักแบบลอยตัวชื่อ Stavelot. ด้วยความสำเร็จที่หลากหลายที่เกิดจากความเพียรพยายาม ความรัก และความปราณีตอุตสาหะ Jan-Leonard Moortgat ค่อยๆสร้างกลุ่มลูกค้าที่ซื่อสัตย์ของเบียร์ประภทนี้ได้ เช่นเดียวกันกับกลุ่มชนชั้นกลางในกรุงบรัสเซลส์ด้วย จนเขาเปิดโกดังที่เมือง Laken ได้ นี่เองคือจุดเริ่มต้นแห่งเรื่องรวแห่งความสำเร็จใน 130 ปีที่ผ่านมา
1900: การเริ่มต้นทายาทรุ่นที่สองของตระกูล Moortgat
ช่วงเปลี่ยนผ่านของศตวรรษนี้เองที่ Albert และ Victor บุตรทั้งสองของ Jan-Leonard ได้เข้ามาช่วยธุรกิจ Albert กลายเป็นคนทำเบียร์ ส่วน Victor จัดการด้านการขนส่งสินค้าด้วยม้าและรถลากไปที่กรุงบรัสเซลส์ ช่วงนี้เองที่เบียร์ประเภทเอลต่างๆจากประเทศอังกฤษก็เป็นที่นิยมอย่างมากและแผ่เข้ามาในเบลเยี่ยมในตอนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
1918-1923: บทเริ่มของผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ
Albert ตัดสินใจเข้าร่วมกระแสเบียร์ประเภทเอลด้วยการเปิดไลน์สินค้าใหม่ ด้วยเบียร์เอลสไตล์อังกฤษ เพราะยีสต์ตัวอย่างหรือส่าเหล้าพื้นถิ่นในพื้นที่ที่ใช้ไม่ได้ ดังนั้น Albert จึงมุ่งหน้าสู่ประเทศสก็อตแลนด์ ที่นี้เองที่เข้าได้ค้นพบกับยีสต์ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงขึ้นมาเองที่เขาต้องการ ซึ่งยังใช้จากแหล่งเดิมนี่จนถึงปัจจุบัน
1923: ปฐมบทของ Duvel
ดั้งเดิมแล้วเบียร์นี้ถูกตั้งชื่อให้เป็นมงคลว่า “Victory Ale” หรือเบียร์แห่งชัยชนะเนื่องในโอกาส สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จนกระทั้งช่างทำรองเท้า Van De Wouwer เข้ามาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของบริษัทเมื่อเขาพูดระหว่างดื่มเบียร์นี้ว่า “nen echten Duvel” or “เจ้าปีศาจตัวจริง” แรงบรรดาลใจขึ้นสุดยอดเช่นนั้นหรือ หลังจากปี 1923 เบียร์จึงถูกเรียกว่า Duvel ตั้งแต่นั้นมา การผลิตจากประมาณแค่ไม่มาก จนในช่วง 70 เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อแผนการตลาดที่แยบยลที่สร้างความรับรู้ถึงคุณภาพของ Duvel แฟนนักดื่มตัวยงคงทราบถึงอีกรสชาติที่แตกต่างแสนคลาสสิคของ Duvel สีแดง นั้นก็คือ Duvel สีเขียว ที่มีรสชาติเบาลง ที่เริ่มผลิตออกมาจำหน่ายตั้งแต่ยุคหกสิบสำหรับ ‘Gentse Feesten’ เทศกาลกลางแจ้งที่โด่งดังของยุโรปโดยเฉพาะ Green Duvel ยังมีจำหน่ายอยู่ตามจุดจำหน่ายหลักๆ รอบๆ โรงเบียร์ เช่นเดียวกับโรงแรมบางแห่งและร้านอาหารในบรัสเซลส์ และเหมือนการยกย่องถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ ทางบริษัทได้เปลี่ยนชื่อจาก Moortgat เป็น Duvel Moortgat เพื่อจดทะเบียนชื้อขายในตลาดหลักทัรพยในยุโรป
1930: การกำเนิดของ Bel Pils
Bel Pils เบียร์พิลส์เนอร์ขั้นเลิศของ Duvel Moortgat ได้ผ่านการเปลี่ยนชื่อไปหลายครั้ง หลังจากเริ่มในปี 1930 ด้วยชื่อ Extra Blond จากนั้นปี 76 -91 Bel Pils มีชื่อว่า Etxra Pilsner จนได้ชื่อสุดท้ายในปี 1991 ด้วยรสขมของ Bel Pils จากฮอปส์ชนิดนึงที่ชื่อ Saaz ทำให้เป็นเบียร์รสชาติดั้งเดิมแท้ๆของเบลเยี่ยม
1945: เรื่องเล่าของ Vedett
ในปี 1945 เบียร์ตัวที่สามที่ยังยืนยงอยู่ได้ นั้นคือเบียร์ประเภทที่เกิดจากการหมักชนิคจมตัวชื่อ Vedett ตอนยุคเริ่มแรกเน้นที่ตลาดส่งออก จนปี 1965 Vedett เกิดขึ้นมาจากตลาดใกล้ๆกับโรงเบียร์เป็นอย่างดี จากนั้นขยายเป็นผับชั้นนำ
ยุคห้าสิบถึงแปดสิบ: ทายาทรุ่นที่สามของตระกุล Moortgat
หลังจากยุคห้าสิบลงมาทายาทรุ่นที่สามเข้ามาดูแลกิจการต่อ มีทั้งสองคู่พี่น้อง Leon กับ Emile และ Bert กับ Marcel ส่วนในยุคแปดสิบ Ben Gavaert ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วย ด้วยการนำของบุคคลเหล่านี้ทำให้บริษัทขยายกิจการออกไปได้มากทั้งในวิทยาการผลิตเบียร์ และทั้งในเชิงพาณิชย์
1963: การเริ่มผลิตเบียร์ประเภทแอ็บบีย์ Maredsous
เมื่อวัดแคธธอลิค Maredsous ต้องการเพิ่มคุณภาพของเบียร์ประเภทแอ็บบีย์ที่ตัวเองผลิตอยู่ จึงมองหาผู้ผลิตภายนอกที่จะสามารถสืบทอดเบียร์ของตัวเองต่อไป ด้วยคำแนะนำจาก KUL มหาวิทยาลัยแคธธอลิคของประเทศเบลเยี่ยม ทางวัดจึงติดต่อทาง Duvel Moortgat ที่โด่งดังอยู่แล้วในเรื่องการรักษาของเบียร์ที่มีคุณภาพสูงสุดและยังบริสุทธิ
Uเมื่อได้รับการอนุญาติอย่างเป็นทางการจากทางวัด และผลิตภายใต้การควบคุมคุณภาพจากพระในวัด ทางบริษัทจึงเริ่มผลิตและจำหน่ายเบียร์ Maredsous ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น blond ที่มีความแรงแอลกอฮอล์ 6% brown ที่มี 8% และ triple ที่ 10 % ตามลำดับ โดยที่ตัวสุดท้ายเพิ่มเข้ามาในปี 1990
สิ้นสุดยุคหกสิบ: การสร้างแก้ว Duvel
ยุคนั้น Duvel ยังคงโด่งดังและโดดเด่นแม้จะมีผู้ลอกเลียนแบบก็ตาม ตอนนี้เองที่แก้วทรงทิวลิปของ Duvel เกิดขึ้น โดยที่เบียร์ทั้งขวดสามารถรินใส่แก้วได้ทั้งหมด ทั้งที่ไม่มีแก้วใดๆทำได้มาก่อน แก้วนี้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การดื่มเบียร์ให้สมบูรณ์ โดยทรงที่ออกกลมช่วยขับรสและกลิ่นของเบียร์ออกมา ส่วนที่คอดด้านบนช่วยให้ก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ขึ้นมาจนได้ฟองหรือหัวเบียร์หนาข้างบน ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ในการแบ่งส่วนเบียร์และส่วนที่เป็นฟองด้านบนออกจากกันด้วย
วงกลมด้านในที่ก้นแก้วก็ช่วยในการขับดันความซ่า ฟู่ฟ่อง เป็นฟองด้านบนด้วย และเร็วๆนี้ก็มีการสลักตัว “D” ตัวอักษรแรกของโลโก้ Duvel ลงไปไปด้วย
1970: การเริ่มต้นของกลยุทธการขยายสู่นานาประเทศ
ช่วงกลางยุคเจ็ดสิบ Duvel Moortgat เริ่มสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ ซึ่งความสำเร็จแทบทั้งหมดเป็นของเบียร์ Duvel ไม่มีอะไรยับยั้งตลาดข้างนอกอืกต่อไป โดยเริ่มจากประเทศเนเธอร์แลนด์ แล้วประเทศใกล้เคียงก็ตามมาในระยะเวลาไล่เรียงกัน จนปัจจุบันที่มีอยู่ทุกมุมโลก
1989: การก่อตั้ง Steendonk brewery
โรงเบียร์ใหม่นี้เป็นธุรกิจร่วมค้าที่อัตราส่วน 50 : 50 ระหว่าง Palm และ Duvel ในการขายเบียร์ขาสชื่อ “Brabant” ขณะเดียวกัน Steendonk ก็เกิดขึ้นไปด้วย ในฐานะตัวแทนการขายของบางส่วนของตลาดเบียร์ Steendonk ใช้หมักกับฮอปส์น้อย และจะขุ่น เนื่องจากการใช้ข้าวสาลี ที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีทำให้เป็นมอลต์ก่อน สามารถแก้กระหายได้ดี
1999>: การลงทะเบียนค้าขายในตลาดหลักทรัพย์
ในปีบริษัทเบียร์ที่เคยผลิตเบียร์ในไร่ได้ขายตัวจนกลายเป็นกลุ่มบริษัทเบียร์ขนาดยักษ์ของประเทศ บริษัทจึงตัดสินเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อช่วยขับดันการเติบโต และความมั่นคงของยริษัท ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา Duvel Moortgat จึงเป็นส่วนนึงของ Euronext’s NextPrime ทำให้เป้นการรับประกันความั่นคงของบริษัทในระดับสากลได้
2001: Duvel Moortgat การยกระดับสุ่สากล
หลายปีที่ผ่านมา Duvel Moortgat ได้มีกิจการที่มั่นคงในเนเธอร์แลนด์ และมีการปลูกรากฐานที่แข็งแรงสำหรับอนาคตในฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร โดยเบียร์ Duvel ยังคงเป็นหัวใจหลักของบริษัทในตลาดส่งออก และทางบริษัทก็จะยังเสาะแสวงหาตลาดส่งออกใหม่อยู่เสมอ
มกราคม 2001: Duvel Moortgat ได้รับประกาศนียบัตร HACCP
โดยประกาศนียบัตรนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพความปลอดภัยในสินค้าของทางบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทแรกของประเทศเบลเยี่ยมอีกด้วย การได้รับรางวัลเนื่องมาจากการผลักดันริเริ่มสำคัญสามส่วน นั้นคือ การควบคุมคุณภาพในส่วนการผลิต ทั้งส่วนผสม ส่วนประกอบ การพัฒนาไปมากของการติดตามสินค้าทั้งไปและกลับ เมื่อสินค้ามีปัญหา
สิงหาคม 2001: การเข้าถือหุ้น 50% ใน Bernard brewery ผู้ผลิตเบียร์พรีเมี่ยมของสาธารณรัฐเช็ก
แหล่งกำเนิดของเบียร์พิลส์เนอร์ และยังประเทศที่มีการบริโภคเบียร์ต่อคนมากที่สุด (160 ลิตรต่อคน) สาธารณรัฐเช็กเป็นตลาดที่น่าสนใจของการขยายไปยังต่างประเทศของ Duvel Moortgat เพราะทางบริษัทเชื่อว่า ตลาดที่เหมือนจะอิ่มตัวมีโอกาสในการขยายตัวของเบียร์ชนิดพิเศษ นอกจากนี้นี่คือจดสตาร์ทที่สมบูรณ์แบบสำหรับตอนกลางของยุโรป ทางบริษัทได้พบกับพันธมิตรทางการค้าที่เหมาะสมอย่าง Bernard brewery ที่เป็นผู้ผลิตเบียร์พรีเมี่ยมที่สำคัญของตลาดเฉพาะ และด้วยการแลกเปลี่ยนครั้งนี้เองเองที่ทำให้ Bernard วางตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองที่ระดับบน ทุกวันนี้เบียร์ Bernard จึงสามารถหาได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต และในโรงแรมชั้นนำทั่วไป
มกราคม 2003: การครอบครองกิจการ Ommegang brewery ในอเมริกา และสิทธิ์การจัดหน่าย ทางฝั่งตะวันออกของอเมริกา
เนื่องจากอเมริกันชนเริ่มเรียนรู้การดื่มเบียร์เบลเยี่ยมมากขึ้น Duvel Moortgat เล็งเห็นว่าเป็นเวลาที่ลงตัวในการเข้าสู่ประเทศอเมริกา ทางบริษัทจึงได้ครอบครองสิทธิ์การจัดจำหน่ายเบียร์ Duvel จาก Vanber & Dewulf และยังเพิ่มหุ้นใน บริษัท Bel?me (Ommegang brewery)เป็น 100% ในปี 2003 ขณะเดียวกันนั้น บริษัท Belukus ก็ผิดในข้อหาเรื่องสิทธิในการนำเข้าทางด้านฝั่งตะวันตก ตอนนี้เองที่ ทางบริษัทเองได้จัดตั้งทีมขายขึ้นจากคนอเมริกัน และบริษัท Ommegang brewery ที่จำหน่ายเบียร์สไตล์เบลเยี่ยมดั้งเดิมยี่ห้อ Ommegang Witte Rare Vos และ Three Philosophers ทั้งหมดนี้เองที่ทำให้เบียร์ Duvel ก้าวย่างเข้าไปสู่ส่วนแบ่งตลาดในอเมริกา นั้นคือ เบียร์นำเข้าชนิดพิเศษจากเบลเยี่ยม และเบียร์ผลิตอย่างประณีตในตลาดในประเทศ
2006: Moortgat Ommegang ครอบครองกิจการ Brasserie d'Achouffe
Duvel Moortgat ประกาศการครอบครองกิจการบริษัท d’Achouffe ในประเทศเดียวกัน ซึ่งทำให้ได้เบียร์ยี่ห้อโด่งดังเข้ามาเพิ่มในบริษัทเพิ่ม และทำให้บริษัทสามารถขยายเบียร์แบรนด์ d'Achouffe ได้ต่อไป