| ชนิด: |
เบียร์ที่ผ่านการหมักสองครั้งภายในขวด |
| สี: |
ทอง |
| ขนาด: |
33 ซล |
| จำนวน: |
24 ขวด |
| ปริมาณแอลกอฮอล์: |
11 % โดยปริมาตร |
| อายุการเก็บได้: |
15 ปี |
นี่คือเบียร์ที่มีชีวิต และตั้งแต่การหมักครั้งที่สองที่มีขึ้นภายในขวด ทำให้ฟองฟู่พายพุ่งเป็นจำนวนมาก และเหมาะอย่างยิ่งที่จะเก็บไว้ในห้องเก็บ (ในอุณหภูมิที่เหมาะสม) เพราะจะรสชาติจะพัฒนาตามอายุการเก็บซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะนานได้ถึง 15 ปี (ลืมวันผลิตไปได้เลย) ด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงถึง 11% ตัวเลขนี้อาจจะดูไม่มากเมื่อลองดื่มดู เพราะดื่มง่าย ถึงกับท้าได้ว่าสามารถดื่มได้ในปริมาณเยอะๆ โดยที่เบียร์จะหอมน้ำผึ้ง และมีกลิ่นแบบมอลต์ บัตเตอร์สก็อต และรสของฮอปส์ที่ซับซ้อนแซมกับถั่วและวานิลลา
ความเป็นมาของ Kasteel
ในปี 1075 Robrecht de Fries, ท่านเคาน์ตของแคว้น Flanders ได้สร้างปราสาทขึ้นบนซากปรักหักพังของวัดที่พระนักบวชจากประเทศอังกฤษใช้เป็นที่อยู่อาศัย (ดังนั้นสถานที่นี้จึงมีชื่อว่า Anglomonasterium หรือวัดคนอังกฤษ)

ในแง่สถานที่ตั้งแล้ว ที่ประตูเมือง West Flanders ตามสายแม่น้ำ Mandel บริเวณถนนที่เชื่อมโยงเมือง Courtrai และ Bruges บริเวณ Ingelmunster ถูกเรียกว่า “กุญแจสู่แฟรนเดอร์ส” ตึกปัจจุบันสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1736 (มีห้องใต้ถุนที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง) ดูแล้วเหมือนตึกทั่วๆไปของสมัยนั้นที่ปราสาทต่างๆเริ่มหมดความจำเป็นทางกำลังทหาร มันดูหรูหรา ที่ความน่าอยู่และรสนิยมที่ดีผสมผสานกันอย่างลงตัว ผู้ครองศักดินาบริเวณ Ingelmunster นี้ ในตอนนั้นเป็นขุนนางที่ขึ้นอยู่กับตระกูลไม่กี่ตระกูลจนสิ้นสุดศตวรรษที่ 16 ดังต่อไปนี้
- ท่านเคาน์ตแห่ง Flanders ที่รวมไปถึงตระกูล Rhodes และ van Gistel(1000-1384)
- ดุ๊คแห่ง Burgandy ตระกูลชาวเยอรมันและฝรั่งเศส และที่ชัดเจนคือตระกลู Bourgondi และ Van Kleef (1384- 1583)
- ตระกูล de Plotho (1583 – 1825)
- ตระกูล de Montblanc (1825 – 1986)
- ตระกูล Van Honsebrouck ที่ซื้อปราสาทและเริ่มหมักเบียร์ตั้งแต่ช่วงปี 1900