| ชนิด: |
เบียร์ชนิดหมักแบบลอยตัว |
| สี: |
เหลืองอำพัน |
| ขนาด: |
33 ซล |
| จำนวน: |
24 ขวด |
| ปริมาณแอลกอฮอล์: |
5.2 % โดยปริมาตร |
| อายุการเก็บได้: |
1 ปี |
ในปี 1364 ของพระเจ้าชาร์ลสที่สี่ จักรพรรดิ์แห่งประเทศเยอรมัน ได้รับสั่งให้หมักเบียร์ที่ใช้ฮอปส์ตามหลักของ "Novus Modus Fermentandi Cervisiam" ใน Brabant ซึ่งแตกต่างจากแคว้น Flanders ที่ปกครองโดยกษัตริย์ฝรั่งเศสที่รับสั่งใช้เครื่องเทศตัวอื่นที่ไม่ใช่ดอกฮอปส์ในการทำเบียร์ เนื่องจากฮอปส์ช่วยทำให้เบียร์ไม่ออกรสเปรี้ยว ด้วยเหตุนี้เองที่คุณภาพของเบียร์แคว้น Brabant จึงมีคุณภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ฮอปส์ทำให้ยีสต์มีกลิ่นออกดอกไม้ ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกว่าวิธีนี้ว่า เบียร์ที่หมักแบบลอยตัว ยีสต์ที่ทำงานบริเวณด้านบนของถังหมักนี้เรียกว่า Saccharomyces Cerevisiae ซึ่งจะทำงานที่อุณหภูมิค่อนข้างอุ่น จากนั้นจะลอยตัวขึ้นเมื่อการหมักเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ได้เบียร์ที่มีรสชาติและกลิ่นที่ดีกว่า
ในปี 1904 โรงเรียนที่มีการเรียนการสอนการทำเบียร์หลายแห่งได้จัดให้มีการแข่งขันพัฒนาเบียร์เบลเยี่ยมให้ดีขึ้น โดยโจทย์มีอยู่ว่า ให้หมักเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 5% คนทำเบียร์แคว้น branbant เรียกเบียร์แบบนี้ว่า Speciale Belge และตั้งคำนำหน้าว่า ‘Special(e)’ หรือต่อท้ายว่า ‘Ale’ และเบียร์หลายยี่ห้อก็ดำเนินการพลาด แต่ Palm กลับกลายเป็นผู้นำตลาด โดยเบียร์ Special Belge เป็นเบียร์สีอำพันที่มีแอลกอฮอล์ประมาณดังกล่าวคือ 5.2% ด้วยการผสมสูตรการทำเบียร์ที่หลากหลาย ส่วนประกอบหลักคือ น้ำที่มีแร่ธาตุสูง แต่ใช้มอลต์ที่มีสีอ่อน แล้วเติมฮอปส์เล็กน้อยพอได้กลิ่นหอม จากนั้นเติมยีสต์ซึ่งทำให้ได้เบียร์ที่หอมหวานครบรส หลังจากผ่านจากหมักครั้งแรกรสต่างๆจะเริ่มนุ่มขึ้นในขั้นตอนการพักเบียร์ถัดมา จากนั้นจะลดอุณหภูมิลงจนเป็นศูนย์องศาแล้วกรองตะกอนทั้งหลายออกไป
|