Wittekerke Rose

English Language




wittekerke-rose

wittekerke-rose

wittekerke-rose





wittekerke-rose


wittekerke-rose
ชนิด: เบียร์ที่การหมักแบบลอยตัวด้านบน
สี: กุหลาบโปร่งแสง
ขนาด: 25 ซล
จำนวน: 24 ขวด
ปริมาณแอลกอฮอล์: 4.3 % โดยปริมาตร
อายุการเก็บได้: 1 ปีขึ้นไป

ด้วยการผสมของ Witterkerke เบียร์ขาวที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดของประเทศเบลเยี่ยม ทั้งด้วยกลิ่นและรสชาติ กับ แรสป์เบอร์รี่บริสุทธิ 10% เจือด้วย Petrus Aged Pale ale ที่ผ่านการเก็บในถังไม้โอ๊คกว่า 3 ปี ได้ส่วนผสมที่ลงตัวดังสวรรค์ของเบียร์ที่ผลิตที่ Bavik Brewery

ความเป็นมาของ Wittekerke Rose

เดือนสิงหาคมปี 1894 นาย Adolphe De Brabandere, ชาวนาที่ "Hof ter Koutere" ได้แจ้งความจำนงค์แก่สภาเมือง Bavikhove เพื่อขออนุญาติในการสร้างโรงหมักเบียร์ ต่อมา นาย Joseph De Brabandere หลานของเขาก็ปรุงเบียร์ครั้งแรกในปีเดียวกันนี้ ก่อนที่จะเสียชีวิตในปี 1929 ด้วยอายุ 54 หลังจากผ่านมรสุมชีวิตหลายปี บุตรชายของเขาชื่อ Albert ก็เลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่ต่อจนธุรกิจเริ่มไปได้ด้วยดี

ก่อนปี 1950 เบียร์นี้มีจำหน่ายเฉพาะคาเฟ่และเฉพาะต่อบุคคลเท่านั้น จนหลังจากปีนั้นจึงเริ่มจัดจำหน่ายแก่ผู้จัดจำหน่ายเบียร์ทั่วไป ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เบียร์ประเภทพิลส์ได้รับความนิยม และเบียร์ที่ดื่มกันตามคาเฟ่ก็ต้องเป็นเบียร์สด ช่องทางการจัดจำหน่ายก็กว้างขึ้น ทำให้สามารถซื้อเบียร์ของ Bavik และ Bon-Val ผ่านทางผู้ขายและคาเฟ่ได้ทั้งทางตะวันตกและตะวันออกของแฟรนเดอร์ส และใน Hainaut

ขณะนั้นเองที่ Albert ได้แต่งงานแล้วและมีบุตร 5 คน โดยเป็นบุตรชาย 2 คน ชื่อ Ignace และ Vincent ทั้งเข้ามาช่วงขับเคลื่อนธุรกิจของโรงหมักเบียร์ จนกระทั่งในช่วงกลางยุค 70 การค้าถึงพบกับความยากลำบากเนื่องจากความสำเร็จของห้างสรรพสินค้า ทางโรงเบียร์ถึงลงทุนเปิดช่องทางการตลาดใหม่ในส่วนของร้านอาหารและคาเฟ่ จนในปี 1975 มีลูกค้าประมาณ 150 แห่ง และขยายได้ถึงหลักพันเมื่อตอนฉลองครบศตวรรษ

ตอนนั้นที่เบียร์ “Petrus Oud Bruin” เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จอย่างมาก จนปี 1982 ที่ Petrus มีอายุครบ 10 ปีของการเป็นผู้สนับสนุนหลักของทีมฟุตบอล KSV Waregem ที่ปีนั้นสามารถเข้าถึงรอบตัดเชื่อกของถ้วยยูฟ่าคัพ แม้ว่าปัจจุบันทีมฟุตบอลนี้จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว Petrus Triple และ Petrus Speciale ก็ได้เกิดขึ้นตามความสำเร็จของ Petrus Oud Bruin ที่น่าเศร้าคือ Vincent ไม่มีชีวิตอยุ่ที่จะเห็นความสำเร็จนั้น เขาเสียชีวิตในปี 1986 ขณะที่มีอายุแค่ 32 ดังนั้น Ignace จึงเป็นแค่คนเดียวจากทายาทรุ่นที่สามที่ยังบริหารบริษัทอยู่ และบริษัทก็เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆด้วยความสำเร็จครั้งใหม่กับ Wittekerke

Bavik Brewery เป็นโรงเบียร์ที่บริหารในครอบครัวจนปัจจุบันก้าวถึงทายาทรุ่นที่สี่แล้ว ก็ยังบริหารอยู่ในครอบครัวเหมือนที่เริ่มก่อตั้งแม้จะผ่านการซื้อและควบกิจการในเบียร์บางตัว บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาคุณภาพสินค้าและความเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่นี้ต่อไปในอนาคต
Copyright 2009 BELGIAN BEVERAGE ASIA CO.,LTD All rights reserved. Privacy Policy | Web Development by Position Front Page.